การยื่นคำร้องของประชาชนต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
05/08/2022Highlight
- ประชาชนจะเข้ามาใช้สิทธิในการยื่นคำร้องโดยตรงต่อ
ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้อย่างไร - ถ้าอัยการสูงสุดไม่ดำเนินการตามที่ร้องขอ นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ ผู้ร้องขอจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญหลังจากกี่วัน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง
- คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๑/๒๕๖๓ และคำวินิจฉัยที่ ๑๙/๒๕๖๓
นายอดิเทพ อุยยะพัฒน์
ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง ได้วางหลักรับรองสิทธิและเสรีภาพว่า “สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่มิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเช่นว่านั้นไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น” และในวรรคสาม บัญญัติว่า “บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้”
หากพิจารณาในการที่บุคคลหรือประชาชนจะเข้ามาใช้สิทธิในการยื่นคำร้องโดยตรงต่อ
ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ พบว่า มีการกำหนดไว้ด้วยกัน ๓ กรณี ได้แก่ (๑) คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของผู้ใดที่ทราบว่ามีการกระทำกรณีบุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙) (๒) คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของประชาชนหรือชุมชนฟ้องหน่วยงานของรัฐเพื่อให้ได้รับประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ (รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑) และ (๓) คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพว่าการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ (รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓) และในแต่ละประเภทคดีข้างต้น พบว่ามีลักษณะของการกระทำอันเป็นวัตถุ
แห่งคดีที่มีความแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่ว่าจะเป็นการกระทำจากใคร และมีวัตถุประสงค์ที่มุ่งจะคุ้มครองอะไร ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
(๑) คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของผู้ใดที่ทราบว่ามีการกระทำกรณีบุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙) ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่ คำวินิจฉัยที่ ๑/๒๕๖๓ และคำวินิจฉัยที่ ๑๙/๒๕๖๓
(๑.๑) ตัวบทรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
“มาตรา ๔๙ บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ ผู้ใดทราบว่ามีการกระทำตามวรรคหนึ่ง ย่อมมีสิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่รับดำเนินการตามที่ร้องขอ หรือไม่ดำเนินการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ ผู้ร้องขอจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ การดำเนินการตามมาตรานี้ไม่กระทบต่อการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการตามวรรคหนึ่ง”
ความมุ่งหมาย[๑]
เป็นเกราะคุ้มครองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกำหนดกลไกในการดำเนินการในกรณีมีการฝ่าฝืน
(๑.๒) เนื้อหาสาระ
(๑.๒.๑) ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคสอง บัญญัติว่า “...ผู้ใดทราบ...” ซึ่งย่อมได้แก่ปวงชนชาวไทย
(๑.๒.๒) วัตถุแห่งคดี
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคสอง บัญญัติว่า “...การกระทำตามวรรคหนึ่ง...” อันได้แก่ การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
๑.๒.๓) ผู้กระทำ
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “บุคคล...”
๑.๒.๔) วัตถุประสงค์
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้”
(๒) คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของประชาชนหรือชุมชนฟ้องหน่วยงานของรัฐเพื่อให้ได้รับประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ (รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑) ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๕ ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งในคดีนี้ ได้แก่ คำสั่งที่ ๔๐/๒๕๖๔ และคำสั่งที่ ๕๙/๒๕๖๔
(๒.๑) ตัวบทรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
“มาตรา ๕๑ การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้นเป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตามและเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชนหรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ”
ความมุ่งหมาย[๒]
กำหนดขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่ารัฐจะทำหน้าที่ของรัฐที่บัญญัติไว้โดยประชาชนและชุมชนไม่ต้องร้องขอ หากรัฐไม่ดำเนินการตามหน้าที่ที่บัญญัติไว้ ประชาชนและชุมชนสามารถใช้สิทธิที่จะติดตาม เร่งรัด หรือฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐได้
(๒.๒) เนื้อหาสาระ
(๒.๒.๑) ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑ ได้บัญญัติว่า “...ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง...”
(๒.๒.๒) วัตถุแห่งคดี
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑ ได้บัญญัติไว้ว่า “การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้...” อันได้แก่ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ
(๒.๒.๓) ผู้กระทำ
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑ ได้บัญญัติว่าผู้กระทำได้แก่ “หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง”
(๒.๒.๔) วัตถุประสงค์
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑ ได้บัญญัติไว้ว่า “การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้นเป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตามและเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชนหรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ” ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๕
(๓) คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพว่าการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ (รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓) ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่ คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๓ คำวินิจฉัยที่ ๗/๒๕๖๓ คำวินิจฉัยที่ ๕/๒๕๖๔ และคำวินิจฉัยที่
๗/๒๕๖๔
(๓.๑) ตัวบทรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
“มาตรา ๒๑๓ บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ”
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขย่อมเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๘
ความมุ่งหมาย[๓]
กำหนดหลักการและวิธีการในการคุ้มครองบุคคลจากการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
(๓.๒) เนื้อหาสาระ
(๓.๒.๑) ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ...”
(๓.๒.๒) วัตถุแห่งคดี
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “...การกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ…”
(๓.๒.๓) ผู้กระทำ
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ ไม่ได้ระบุไว้ แต่อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๗ ได้บัญญัติไว้ว่า
“...ต้องเป็นการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพอันเกิดจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ...”
(๓.๒.๔) วัตถุประสงค์
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “...เพื่อมีคำวินิจฉัยว่า
การกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ…”
โดยทั้ง ๓ กรณีดังกล่าวข้างต้น มีลักษณะที่สามารถอธิบายโดยสรุปเป็นตารางได้ดังนี้
หากพิจารณาในการที่บุคคลหรือประชาชนจะเข้ามาใช้สิทธิในการยื่นคำร้องโดยตรงต่อ
ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ พบว่า มีการกำหนดไว้ด้วยกัน ๓ กรณี ได้แก่ (๑) คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของผู้ใดที่ทราบว่ามีการกระทำกรณีบุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙) (๒) คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของประชาชนหรือชุมชนฟ้องหน่วยงานของรัฐเพื่อให้ได้รับประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ (รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑) และ (๓) คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพว่าการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ (รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓) และในแต่ละประเภทคดีข้างต้น พบว่ามีลักษณะของการกระทำอันเป็นวัตถุ
แห่งคดีที่มีความแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่ว่าจะเป็นการกระทำจากใคร และมีวัตถุประสงค์ที่มุ่งจะคุ้มครองอะไร ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
(๑) คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของผู้ใดที่ทราบว่ามีการกระทำกรณีบุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙) ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่ คำวินิจฉัยที่ ๑/๒๕๖๓ และคำวินิจฉัยที่ ๑๙/๒๕๖๓
(๑.๑) ตัวบทรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
“มาตรา ๔๙ บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ ผู้ใดทราบว่ามีการกระทำตามวรรคหนึ่ง ย่อมมีสิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่รับดำเนินการตามที่ร้องขอ หรือไม่ดำเนินการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ ผู้ร้องขอจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ การดำเนินการตามมาตรานี้ไม่กระทบต่อการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการตามวรรคหนึ่ง”
ความมุ่งหมาย[๑]
เป็นเกราะคุ้มครองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกำหนดกลไกในการดำเนินการในกรณีมีการฝ่าฝืน
(๑.๒) เนื้อหาสาระ
(๑.๒.๑) ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคสอง บัญญัติว่า “...ผู้ใดทราบ...” ซึ่งย่อมได้แก่ปวงชนชาวไทย
(๑.๒.๒) วัตถุแห่งคดี
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคสอง บัญญัติว่า “...การกระทำตามวรรคหนึ่ง...” อันได้แก่ การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
๑.๒.๓) ผู้กระทำ
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “บุคคล...”
๑.๒.๔) วัตถุประสงค์
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้”
(๒) คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของประชาชนหรือชุมชนฟ้องหน่วยงานของรัฐเพื่อให้ได้รับประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ (รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑) ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๕ ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งในคดีนี้ ได้แก่ คำสั่งที่ ๔๐/๒๕๖๔ และคำสั่งที่ ๕๙/๒๕๖๔
(๒.๑) ตัวบทรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
“มาตรา ๕๑ การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้นเป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตามและเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชนหรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ”
ความมุ่งหมาย[๒]
กำหนดขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่ารัฐจะทำหน้าที่ของรัฐที่บัญญัติไว้โดยประชาชนและชุมชนไม่ต้องร้องขอ หากรัฐไม่ดำเนินการตามหน้าที่ที่บัญญัติไว้ ประชาชนและชุมชนสามารถใช้สิทธิที่จะติดตาม เร่งรัด หรือฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐได้
(๒.๒) เนื้อหาสาระ
(๒.๒.๑) ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑ ได้บัญญัติว่า “...ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง...”
(๒.๒.๒) วัตถุแห่งคดี
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑ ได้บัญญัติไว้ว่า “การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้...” อันได้แก่ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ
(๒.๒.๓) ผู้กระทำ
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑ ได้บัญญัติว่าผู้กระทำได้แก่ “หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง”
(๒.๒.๔) วัตถุประสงค์
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑ ได้บัญญัติไว้ว่า “การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้นเป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตามและเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชนหรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ” ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๕
(๓) คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพว่าการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ (รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓) ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่ คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๓ คำวินิจฉัยที่ ๗/๒๕๖๓ คำวินิจฉัยที่ ๕/๒๕๖๔ และคำวินิจฉัยที่
๗/๒๕๖๔
(๓.๑) ตัวบทรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
“มาตรา ๒๑๓ บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ”
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขย่อมเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๘
ความมุ่งหมาย[๓]
กำหนดหลักการและวิธีการในการคุ้มครองบุคคลจากการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
(๓.๒) เนื้อหาสาระ
(๓.๒.๑) ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ...”
(๓.๒.๒) วัตถุแห่งคดี
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “...การกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ…”
(๓.๒.๓) ผู้กระทำ
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ ไม่ได้ระบุไว้ แต่อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๗ ได้บัญญัติไว้ว่า
“...ต้องเป็นการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพอันเกิดจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ...”
(๓.๒.๔) วัตถุประสงค์
รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “...เพื่อมีคำวินิจฉัยว่า
การกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ…”
โดยทั้ง ๓ กรณีดังกล่าวข้างต้น มีลักษณะที่สามารถอธิบายโดยสรุปเป็นตารางได้ดังนี้
| ประเภทคดี (รัฐธรรมนูญ มาตรา)/ (ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง) |
“วัตถุแห่งคดี” |
การกระทำจากใคร |
วัตถุประสงค์/เพื่ออะไร |
| ๑) รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙/ (ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง) : บุคคล) |
“การกระทำ” (ถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคสอง) |
“บุคคล” (ถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง) |
เพื่อมิให้ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข |
| ๒) รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๑/ (ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง) : ประชาชนหรือชุมชน) |
“การทำหน้าที่ของรัฐ” (ถ้อยคำตาม พรป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๕) |
“หน่วยงานของรัฐ” (ถ้อยคำตาม พรป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๕) |
เพื่อให้ได้รับประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ |
| ๓) รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓/ (ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง) : บุคคล) |
“การกระทำ” (ถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓) |
“หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ” (ถ้อยคำตาม พรป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๗) |
เพื่อมิให้ละเมิดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ |
More Information
- อ่านบทความเต็มเรื่อง “การยื่นคำร้องของประชาชนต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐”
- ติดตามเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้ทุกช่องทาง
- LINE Official Account สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ: @occ_th
- เว็บไซต์ สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ: www.constitutionalcourt.or.th






Login with facebook
Login with google